วันที่ 1 : สนามบินสุวรรณภูมิ – สนามบินเมืองคยา สถูปบ้านนางสุชาดา - ต้นพระศรีมหาโพธิ์ - องค์พระพุทธเมตตา - สัตตมหาสถานทั้ง 7 โดยรอบ (พุทธสังเวชนียสถานที่ 1)
- 8.00 คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินไทย (Thai Airways) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และหัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง
- 11.00 ออกเดินทางสู่เมืองคยา สาธารณรัฐอินเดีย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 327
- (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที) บนเครื่องบิน มีอาหารกลางวันบริการ
- 12.40 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองคยา ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร *เวลาอินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชม. หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว รับกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นนำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศไปยังโรงแรมที่พัก นั่งรถประมาณ 15-20 นาที
- ที่พัก Hotel Anand / Hotel Dhamma Grand หรือระดับเทียบเท่า
- นำท่านออกชมบริเวณที่สันนิษฐานว่าเคยเป็นบ้านนางสุชาดา อุบาสิกาอุปถัมภกคนสำคัญของพระศาสนา
- ชมริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ที่พระบรมศาสดาทรงอธิษฐานลอยถาดทองคำที่นางสุชาดาถวายพร้อมข้าวมธุปายาส ที่ท่าสุปปติฏฐะ
- จากนั้นเดินทางไปยังบริเวณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธสังเวชนียสถานที่ 1
จากนั้นนำชมสัตตมหาสถาน ธรรมสถานแห่งพระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุขหลังจากตรัสรู้ 49 วันทั้ง 7 แห่ง อันประกอบไปด้วย
1.“พระแท่นวัชรอาสน์” ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ทรงประทับเสวยวิมุตติสุขตลอด 7 วัน
ในสัปดาห์ที่ 1
2. “อนิมิสเจดีย์” ทรงยืนจ้องพระเนตรที่ต้นศรีมหาโพธิ์ โดยมิได้กระพริบพระเนตรตลอด 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 2
3. “รัตนจงกรมเจดีย์” ทรงนิมิตฐานจงกรมขึ้น แล้วทอดพระบาทจงกรม เป็นเวลา 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 3
4. “รัตนฆรเจดีย์” โดยเสด็จไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นศรีมหาโพธิ์ และประทับนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้วเหล่าเทวดานิรมิตถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรมนั่น 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 4
และชมสถานที่จำลอง ที่สร้างขึ้นโดยรอบพระเจดีย์พุทธคยา พร้อมฟังการบรรยายถึงความสำคัญของสถานที่ต่าง ๆ และพุทธสถานที่สำคัญโดยรอบ อันได้แก่
5. เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ “ต้นไทร”เป็นเวลา 7วัน ใต้ต้นอชปาลนิโครที่พักของคนเลี้ยงแกะ ในสัปดาห์ที่ 5
6.เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ “ต้นจิกมุจลินทร์” ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นศรีมหาโพธิ์ ในสัปดาห์ที่ 6
7.เสด็จไปประทับใต้ “ต้นเกดหรือต้นราชายตนะ” ประทับนั่งเสวยวิมุติสุขตลอด 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 7 เป็นอันครบ 49 วันแห่งการพิจาณาธรรมด้วยองค์เอง
นำคณะจาริกบุญสวดมนต์ทำวัตรเย็น บูชาพระรัตนตรัย และสวดมนต์บูชาสังเวชนียสถาน จากนั้นเชิญท่านทัศนาธรรม นั่งสมาธิปฏิบัติบูชาตามอัธยาศัย
ได้เวลาสมควร นัดหมายเวลา นำท่านกลับโรงแรมที่พัก - ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 1)
วันที่ 2 : เมืองพุทธคยา – บูชาพระบรมสารีริกธาตุ วัดศรีลังกา ท่านธรรมะปาละ (ผู้ฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในอินเดีย) - วัดไทยสารนาท – เมืองพาราณสี
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 2)
- จากนั้นเชคเอ้าท์สัมภาระ ออกเดินทางสู่เมืองพารานสี
นั่งรถประมาณ 5-6 ชั่วโมง ระหว่างทางมีจุดแวะพักอิริยาบถ เข้าห้องน้ำสะอาด - กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 3)
- นำท่านวัดพุทธศรีลังกา ธรรมอนาคาริกธรรมปาละ ถือว่าเป็นวัดที่สำคัญ ของบุคคลผู้ฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ในอินเดียให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง
- จากนั้นนำท่าน เข้าชมวัดพุทธของไทย ที่วัดไทยสารนาท สักการะพระพุทธรูองค์ใหญ่อันศักดิ์สิทธิ์ "พระพุทธรูปยืนปางประทานพร" ที่มีความสูงถึง 24 เมตร ประดิษฐานด้านหน้าพระอุโบสถ
- ที่พัก Hotel The Fern / Hotel Pinnacle หรือระดับเทียบเท่า
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 4)
วันที่ 3 : เมืองพารานสี - ล่องเรือแม่น้ำคงคาพารานสี - เจาคันธีสถูป - ธรรมเมกขสถูป ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน (พุทธสังเชนียสถานที่ 2) - เมืองกุสินารา
- ปลุกตื่น นำท่านไปยังริมฝั่งแม่น้ำคงคา คณะลงล่องเรือ (ใช้เวลาล่องเรือราวๆ40นาที) เพื่อชมพิธีบูชาพระสุริยะเทพ อาบน้ำชำระล้างบาป ของชาวฮินดูแท้
ฟรี กระทงบูชา ต่อพระแม่คงคา และยังสามารถปลดทุกข์ ปล่อยโศก ปลงสังขารในโค้งน้ำศักดิ์นี้ ท่านจะได้ล่องเรือชมพิธีการปลงสังขารสุดท้ายชองชีวิตแบบฮินดู ที่ท่าเผาศพที่สืบต่อเนื่องซึ่งมีมานานกว่า 4,000 ปีโดยกองไฟที่เผาศพไม่เคยดับมอด (บริเวณท่าเผาศพนี้ห้ามถ่ายรูป) - เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 5)
- นำชมเจาคันธี สถูปสถานที่พระพุทธองค์ทรงพบพราหมณ์ปัญจวัคคีย์ก่อนสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- กราบสักการะ ธรรมเมกขสถูป สถานที่แสดงปฐมเทศนา พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญ อีกหนึ่งแห่ง สถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงโปรดแสดงพระธรรมเทศนา บทสำคัญ มีชื่อว่า “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ผลแห่งการแสดงพระธรรมเทศนาครั้งแรกทำให้ท่านพระโกญฑัญญะผู้เป็นหัวหน้าของปัญจวัคคีย์ได้ดวงตาเห็นธรรมคือ บรรลุธรรม และขออุปสมบทเป็นพระสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา ทำให้พระรัตนตรัยครบบริบูรณ์ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 6) เช็คเอ้าท์พร้อมสัมภาระ
- ออกเดินทางต่อไปยังเมืองกุสินารา (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง)
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 7)
- ที่พัก Hotel Om residency / Hotel Lotus Nikko หรือระดับเทียบเท่า
วันที่ 4 : เมืองกุสินารา สาลวโนทยาน – พระพุทธปรินิพพาน (พุทธสังเวชนียสถานที่ 3) - มกุฏพันธเจดีย์ - (ข้ามด่านชายแดนจากอินเดีย เข้าเนปาล) – เมืองลุมพินี(เนปาล)
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 8)
- นำท่านสู่ สาลวโนทยาน พุทธสังเวชนียสถานที่ 3 ชมปรินิพพานวิหารและกราบนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพาน
- จากนั้นนำท่านขึ้นรถ ไปนมัสการสถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระของ พระพุทธเจ้า ณ มกุฏพันธเจดีย์
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 9) เช็คเอ้าท์พร้อมสัมภาระ
- นำท่านเดินทางไปยังเมืองลุมพินี ผ่านชายแดนอินเดีย-เนปาล ระหว่างทางแวะพักอิริยาบถ
- ถึงบริเวณด่านตรวจคนเข้า- ออกเมือง ฝั่งอินเดีย เชิญท่านลงสแกนนิ้วมือพร้อมลงตราออกจากประเทศอินเดีย จากนั้นนับจำนวนรวมพลอีกครั้งเพื่อนำท่านขึ้นรถด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งประเทศเนปาล
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม (มื้อที่ 10)
- ที่พัก Hotel Landmark / Hotel Asian Buddha หรือระดับเทียบเท่า
วันที่ 5 : เมืองลุมพินีวัน มหาวิหารมายาเทวี (พุทธสังเวชนียสถานที่ 4) - พระพุทธเจ้าน้อย (ข้ามด่านชายแดนกลับอินเดีย ) - เมืองลัคเนา
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 11)
- นำท่านกราบนมัสการสถานที่ประสูติ สวนลุมพินีวัน โดยการเปลี่ยนรถไปนั่งรถสามล้อเล็ก โดยบริการของชาวพื้นเมือง เมื่อลงรถแล้ว ท่านสามารถแวะห้องน้ำได้ที่ศูนย์บริการพักจากกการบริจาคของชาวไทย
- อิสระท่านถ่ายรูปบริเวณพระพุทธเจ้าน้อย ที่อัญเชิญจากประเทศไทย ประดิษฐานลานแห่งศรัทธา เพื่อนำรวมพลก่อนเข้าสู่สวนด้านในขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วิหารมหามายเทวี (ใหม่) และเสาพระเจ้าอโศกที่มีขนาดความสูง 22 ฟุต 4 นิ้ว และมีข้อความอย่างสมบูรณ์เขียนด้วยภาษาพราหมี ว่าเป็นสถานที่ประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
- กลางวัน กลับโรงแรม รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 12) เชคเอ้าท์ สัมภาระ
- เดินทางสู่ชายแดน เนปาล นำคณะตรวจลงตราออกจากเนปาล และเข้าสู่ประเทศอินเดียเรียบร้อนแล้ว
เดินทางต่อไปเมืองลัคเนา (นั่งรถประมาณ 5-6 ชั่วโมง) - ค่ำ รับประทานอาหารที่ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 13)
- ที่พัก Hotel Piccadilly / Hotel The Elite หรือระดับเทียบเท่า เมืองลัคเนา
วันที่ 6 : เมืองลัคเนา – ซุ้มประจำเมืองหลวงรัฐอุตรประเทศ Rumi Darwaza - อิหม่าม บารา Bara Imambara - เมืองอัครา
- เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 14)
- เช็คอ้าท์ สัมภาระ จากนั้นเดินทางออกชม เมืองลัคเนา ในช่วงเช้าอันสงบ
- นำท่านชมซุ้มประตูเมือง Rumi Darwaza อัญมณีทางสถาปัตยกรรมอันน่าหลงใหลที่กระซิบถึงเรื่องราวในยุคอวาดีอันรุ่งโรจน์ หนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงซึ่งมีสถาปัตยกรรมอันน่าหลงใหลและประวัติศาสตร์อันยาวนาน
- ชม อิม่าม บารา สถาปัตยกรรมสำคัญของเมืองลัคเนา ประเทศอินเดีย สร้างขึ้นในสมัยนาวับแห่งอาวัธ ราวปี ค.ศ. 1784 มีจุดเด่น ที่อาคารโถงใหญ่ไร้คาน รองรับหลังคาขนาดมหึมา “Bhool Bhulaiya” ที่มีประวัติศาสตร์และความสำคัญของสถาปัตยกรรมในยุคของ Nawab (ผู้ปกครองของอาณาจักร Oudh หรือ Awadh) และมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และการปฏิวัติ อินเดียในปี 1857 ไกเซอร์บาคเป็นพระราชวังแห่งที่ 4 และแห่งสุดท้ายของนาวับที่ปกครองลัคเนา
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 15)
- เดินทางสู่เมืองอัครา ใช้เวลาในเดินทาง 5 ชั่วโมง
- ค่ำ รับประทานอาหารมื้อค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 16)
- ที่พัก Hotel Crytal inn / Hotel Crimson หรือระดับเทียบเท่า
วันที่ 7 : เมืองอัครา – อนุสรณ์รักอมตะ ทัชมาฮาล Taj Mahal - อัครา ฟอร์ท Agra Fort - นครชมพู ชัยปุระ
- เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 17)
- นำท่านเดินทางชมความงดงามของสถาปัตยกรรม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
ทัชมาฮาล (Taj Mahal) อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่และนิจนิรันดร์ของกษัตริย์ซาจาร์ฮาลมีต่อพระมเหสี มุมตัส มาฮาล ซึ่งสวรรคตเนื่องจากการให้กำเนิดบุตรคนที่ 14 สถานที่แห่งนี้ใช้สำหรับเป็นที่ฝังพระศพของพระนางมุมตัสและกษัตริย์ซาจาร์ฮาล ตั้งอยู่บริเวณริมน้ำยมุนา - นำท่านเที่ยวชม ป้อมอัครา Agra Fort เป็นป้อมปราการที่สร้างด้วยหินทรายสีแดง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา พระเจ้าอัคบาร์สร้างขึ้นในปี คริสต์ศักราช 1565 และสร้างต่อเติมกันเรื่อยมาจนถึงรุ่นหลานคือ พระเจ้าซาจาร์ฮาล กษัตริย์ลำดับที่ 5
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 18)
- เช็คเอ้าท์สัมภาระ เพื่อเดินทางไปยังเมืองสีชมพู ชัยปุระ นั่งรถประมาณ 4 ชม.
- นครสีชมพู ชัยปุระ
เมืองหลวงแห่งแคว้นราชาสถาน แคว้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศอินเดีย เมืองแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี คริสต์ศักราช 1727 โดยมหาราชาไสวจัย ซิงห์ ที่ 2 ผู้สืบเชื้อสายแห่งราชวงศ์โมกุล - ที่พัก Hotel Seven Apple / Hotel KK Royal หรือระดับเทียบเท่า
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 19)
วันที่ 8 : เมืองชัยปุระ- พระราชวังสายลม Hawa Mahal – ซิตี้พาเลซพระราชวังชัยปุระ City Palace - แอมเบอร์ ฟอร์ท Amber Fort – เดลี
- เช้า รับประทานอาหารที่ห้องอาหารขอโรงแรม (มื้อที่ 20)
- จากนั้นเชคเอ้าท์ สัมภาระ นำท่านเที่ยวชม พระราชวังซิตี้พาเลซ (CITY PALACE) ถูกสร้างขึ้นในรัชกาลของมหาราชาจัย ซิงห์ และถูกต่อเติมเรื่อยมา เป็นสถาปัตยกรรมแบบราชาสถาน ที่มีกลิ่นอายศิลปะแบบโมกุล
- นำท่านเที่ยวชม ฮาวามาฮาล (HAWA MAHAL) หรือ พระราชวังสายลม สร้างในปีคริสต์ศักราชที่ 1799 จุดเด่นของสถาปัตยกรรมแห่งนี้คือบริเวณด้านหน้าอาคารมีหน้าบันสูง 5 ชั้น และมีลักษณะคล้ายรังผึ้ง
- กลางวัน รับประทานอาหาร (มื้อที่ 21)
- นำท่านเที่ยวชม พระราชวังสีอำพัน (AMBER FORT) ซึ่งอดีตเคยเป็นราชธานีแห่งเมืองชัยปุระ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาสูงเหนือทะเลสาบเมาตา (MAOTA LAKE) และรายล้อมไปด้วยชุมชนของเขตเมืองเก่า เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของป้อมปราการเก่า ในยุคศตวรรษที่ 11
- จากนั้นออกเดินทางไปยังเดลี ใช้เวลานั่งรถ 5-6 ชั่วโมง ระหว่างทาง มีจุดแแวะพัก เข้าห้องน้ำสะอาด
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ที่ร้านอาหารในเมืองเดลี (มื้อที่ 22)
- จากนั้น เดินทางท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี นครเดลี
เชคอินสัมภาระที่เคาเตอร์สายการบินไทย
วันที่ 9 : สนามบินเมืองเดลี – กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ
- 00.20 ออกเดินทางกลับประเทศไทยโดยสายการบิน TG316
- 05.45 ถึง สนามบินสุวรรณภูม โดยสวัสดิภาพ