วันที่ 1 : กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – ซัปโปโร (สนามบินชิโตเสะ) (TG670 : 23.45-08.30)
- 20.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระ
- 23.45 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินชิโตเสะ ประเทศญี่ปุ่น โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG670
(สายการบินมีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
วันที่ 2 : ซัปโปโร (สนามบินชิโตเซะ) – เมืองแห่งโนโบริเบทสึ – หุบเขานรกจิโกคุดานิ - เมืองฮาโกดาเตะ – นั่งกระเช้าชมวิวเมืองฮาโกดาเตะ (รวมค่ากระเช้า)- แช่น้ำแร่ธรรมชาติ
- 08.30 น. เดินทางถึง สนามบินชิโตเสะ ประเทศญี่ปุ่น (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 2 ชม.) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว (สำคัญมาก!! ไม่อนุญาตให้นำอาหารสด จำพวก เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เข้าประเทศญี่ปุ่นหากฝ่าฝืนมีโทษจับปรับได้
- เดินทางสู่เมืองโนโบริเบทสึ สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติ หุบเขาจิโกกุดานิ(Jigokudani) หรือหุบเขานรกแห่งเมือง Noboribetsu หุบเขาแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Shikotsu-Toya ซึ่งฉายาความเป็น "นรก" ของหุบเขานี้ มาจากการที่มีควันพวยพุ่งอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตรงจุดนี้ ถือเป็นจุดต้นกำเนิดน้ำพุร้อนออนเซนที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นในภูมิภาคฮอกไกโด
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 1)
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตอนใต้สุดของเกาะฮอกไกโด เป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของเกาะ เมื่อครั้งอดีตได้เป็นเมืองท่าที่มีการค้าขายกับชาวต่างชาติฝั่งตะวันตก ซึ่งทำให้วัฒนธรรมตะวันตกได้เข้ามามีบทบาทในเมือง ซึ่งเราจะพบเห็นได้จากโบสถ์คริสต์ ร้านอาหาร อาคารบ้านเรือนเก่าแบบตะวันตกที่ตั้งอยู่ริมเนินเขา อาคารอิฐแดงโกดังเก่าริมท่าเรือ ถนนหนทางที่กว้าง
- นำท่านนั่งขึ้นชมวิวสู่ยอดเขาฮาโกดาเตะ (Mt.Hakodate ) ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองฮาโกดาเตะ (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที) ขึ้นไปจุดชมวิวที่จะเห็นทัศนียภาพที่สวยที่สุดของเมือง ที่มีน้ำทะเลขนาบอยู่ทั้ง 2 ด้าน เป็นคอคอดกระ เมื่อยามค่ำคืนบ้านเรือนและถนนหนทางจะเปิดไฟจึงทำให้เห็นแสงระยิบระยับและยังถือเป็น 1 ใน 3 ทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันงดงามของญี่ปุ่น (โดยอีกสองแห่งคือ ภูเขาอินาสะ เมืองนางาซากิ กับ ภูเขาร็อคโกะ เมืองโกเบ)
(กรณีกระเช้าปิดเนื่องจากสกภาพอากาศหรือซ่อมบำรุง ขอสงวนสิทธิเปลี่ยนเป็นขึ้นรถเพื่อไปชมวิวที่จุดชมวิวแทน // กระเช้าปิดซ่อมบำรุง วันที่ 20 ต.ค. – 08 พ.ย. 2569) - ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 2)
- ที่พัก HAKODATE YUNOKAWA ONSEN UMI TO AKARI HEWITT RESORT / HAKODATE BANSO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว [♨]
- (ที่นอนอาจเป็นแบบ เบาะฟุตง หรือ เตียง ขึ้นอยู่กับการจัดการของทางโรงแรม)
หลังมื้ออาหารค่ำ ให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการแช่น้ำจากแร่ธรรมชาติสไตล์ญี่ปุ่น
วันที่ 3 : ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ – ศาลเจ้ายูคุระ(ศาลเจ้ากระต่าย) – โกดังอิฐแดงคาเนโมริ -ภูเขาโชวะชินจัง-ฟาร์มหมีสีน้ำตาล - ทะเลสาบโทยะ - แช่น้ำแร่ธรรมชาติ
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 3)
- ชม ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ (Hakodate Morning Market) ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อเลือกชมอาหารทะเลขึ้นชื่อของเกาะฮอกไกโด ไม่ว่าจะเป็นปูหลายหลายชนิด ปลาแซลมอน ปลาหมึก ไข่หอยเม่น กุ้ง ที่มีทั้งแบบสดและแบบแห้งหรือจะเป็นผลไม้ขึ้นชื่อตามฤดูกาลและผักพื้นเมืองหลากหลายชนิด
- ศาลเจ้ายูคุระ (กระต่ายขาวนำโชค) เป็นศาลเจ้าเล็กๆที่มีเทพเจ้าโอคุนินูชิโนะมิโคโตะที่ประดิษฐานอยู่ และกระต่ายทีมีความผูกพันกับเทพเจ้าอย่างลึกซึ้ง ในตำนาน "กระต่ายขาวแห่งอินาบะ" เล่ากันว่ากระต่ายที่ได้รับบาดเจ็บ ได้รับความเมตตาจากเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ฟื้นคืนชีพด้วยร่างกายที่แข็งแรง จากนั้นกระต่ายก็ได้รับการยกย่องให้เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่นำข่าวดีมาให้ จึงถูกนำมาประดิษฐานหน้าศาลเจ้าเพื่อรำลึกถึงวาระครบรอบ 360 ปีแห่งการก่อตั้งศาลเจ้า (พ.ศ. 2557) ด้วยความหวังว่าคุณธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าที่ประดิษฐานอยู่จะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากผู้มาเยือนทุกคน ในศาลจะมีค้อนเล็กๆ ซึ่งเชื่อกันว่าจะนำโชคลาภมาให้ ความปรารถนาเป็นจริง สุขภาพที่ดีและอายุยืนยาว และมีร่างกายที่แข็งแรง ภายในบริเวณศาลเจ้ามีต้นไม้เก่าแก่อายุประมาณ 370 ปี ซึ่งเป็นต้นไม้อนุรักษ์ของเมืองฮาโกดาเตะ และต้นไม้อนุรักษ์อื่นๆ ได้แก่ ต้นเอล์มญี่ปุ่น แปะก๊วย สนดำ เมเปิลน้ำตาล และต้นไทรไซเปรส และยังมีเครื่องรางนำโชคกระต่าย เครื่องรางโชคลาภปลาหมึก เครื่องรางเชือกฟุกุโยริ โชคลาภจากการลูบกระต่ายเป็นต้น (การเปลี่ยนสีของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
- โกดังอิฐแดง หรือ โกดังคานะโมริ (Kanamori Soko) สัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของฮาโกะดาเตะ โกดังเก็บสินค้าของเมือง แม้อาคารที่เห็นจะเป็นอาคารใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนอาคารหลังเก่า ซึ่งถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่เผาทำลายไปเมื่อปี 1970 แต่ยังคงเอกลักษณ์และความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 4)
- นำท่านเดินทางสู่ ภูเขาไฟโชวะซินซัน (Showa Shinzan) ซึ่งมีอนุสาวรีย์บุรุษไปรษณีย์ผู้ค้นพบความเคลื่อนไหวและการเกิดขึ้นมาใหม่ของภูเขาไฟเกิดใหม่ประมาณปี ค.ศ.1944 -1945 ภูเขาไฟน้องใหม่ที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของผิวโลกในปี 1946 ซึ่งระเบิดปะทุติดต่อกันนานถึง 2 ปีจนกลายมาเป็นภูเขาโชวะชินซัน ดังที่เห็นอยู่ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของรัฐบาลในฐานะเป็น “อนุสรณ์ทางธรรมชาติแห่งพิเศษ” พร้อมบันทึกภาพเป็นที่ระลึก
- ชมฟาร์มหมีภูเขาไฟโชวะชินซัน (Showa-Shinzan Bear Park) เป็นสถานที่เพาะพันธุ์หมีสีน้ำตาลที่มีตั้งแต่เจ้าหมีตัวเล็กๆไปจนถึงหมีตัวโตน้องหมีที่นี่ไม่ดุร้ายเพราะหมีที่นี่ได้รับการดูแลและฝึกให้คุ้นเคยกับคนท่านจะได้เห็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดู น้องหมีโชว์ลีลาอ้อนขออาหารจากนักท่องเที่ยว ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถป้อนอาหารเหล่าหมีทั้งหลายด้วย ขนมปัง และแอปเปิ้ล ซึ่งจะมีจุดจำหน่ายอาหารหมี
- ชมทะเลสาบโทยะ (Lake Toya) ทะเลสาบรูปวงกลมขนาดใหญ่ที่เกิดจากปากปล่องภูเขาไฟ มีความพิเศษตรงที่น้ำในทะเลสาบจะไม่เคยแข็งตัวเลยแม้ในฤดูหนาวที่ติดลบ ในหน้าร้อน อากาศก็เย็นสบาย เหมาะสำหรับเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือล่องเรือชมทิวทัศน์ (Boat Cruise on Lake Toya) อันงดงาม กลางทะเลสาบมีเกาะเล็กๆอยู่ตรงกลาง คือ เกาะนากาจิมะ (Nakajima Island) สามารถลงไปเดินเล่นได้ (ยกเว้นฤดูหนาว) และในช่วงไฮท์ซีซั่น
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 5)
- ที่พัก TOYA SUN PALACE RESORT & SPA / JOZANKEI VIEW ONSEN HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
- (ที่นอนอาจเป็นแบบ เบาะฟุตง หรือ เตียง ขึ้นอยู่กับการจัดการของทางโรงแรม)
หลังมื้ออาหารค่ำ ให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการแช่น้ำจากแร่ธรรมชาติสไตล์ญี่ปุ่น
วันที่ 4 : คลองโอตารุ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – ร้านกาแฟ ฮัลโหล คิตตี้ – มหาวิทยาลัยฮอกไกโด – ศาลเจ้าฮอกไกโด - ช้อปปิ้งถนนทานุกิโคจิ
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 6)
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ (Otaru) เมืองโรแมนติคของเกาะฮอกไกโด ที่ควบคู่ไปกับความเก่าแก่และความสำคัญทางประวัติศาสตร์
- ชม คลองโอตารุ (Otaru Canal) ที่มีความยาว 1,140 เมตร และเชื่อมต่อกับอ่าวโอตารุ ซึ่งในสมัยก่อนประมาณ ค.ศ.1920 ที่ยุคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือเฟื่องฟู คลองแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าในตัวเมืองโอตารุ ออกไปยังท่าเรือบริเวณปากอ่าวให้ท่านเดินเล่น พร้อมถ่ายรูปอัธยาศัย กับอาคารเก่าแก่ริมคลองและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม
- พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ เป็นศูนย์รวมกล่องดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งภายในมีการจัดแสดง และจำหน่ายกล่องดนตรี ในรูปแบบต่างๆ ทีถูกสะสมมาตั้งแต่อดีต และการตกแต่งที่นี้ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย ทำให้เดินชมได้อย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ยังมี “นาฬิกาไอน้ำโบราณ (Stream Clock)” เป็นนาฬิกาไอน้ำโบราณสไตล์อังกฤษ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น ซึ่งเป็นของที่ระลึกที่ประเทศแคนาดา มอบให้แก่เมืองโอตารุ นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที เหมือนกับนาฬิกาไอน้ำอีกเรือนหนึ่งที่ประเทศแคนาดา
- ร้านกาแฟ ฮัลโหล คิตตี้ เพลิดเพลินกับบรรยากาศน่ารัก ๆ ของตัวการ์ตูนแมวชื่อดัง คิตตี้ ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าและถ่ายรูปตามอัธยาศัย
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 7)
- นำท่านเดินทางสู่ มหาวิทยาลัยฮอกไกโด (Hokkaido University) ในเมืองซัปโปโร ไฮไลท์ที่ต้องแวะชม ถนนต้นแปะก๊วย (Ginkgo Avenue) แนวต้นแปะก๊วยยาวกว่า 70 ต้น ถนนต้นแปะก๊วย (Ginkgo Avenue): แนวต้นแปะก๊วยยาวกว่า 70 ต้น จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
- ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido shrine) ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ซัปโปโร เป็นศาลเจ้าศาสนาพุทธนิกายชินโตถือเป็นศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่แห่งหนึ่งในเกาะฮอกไกโด ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1871 ในปัจจุบันก็ยังคงมีความเกี่ยวข้องผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวฮอกไกโดอย่างลึกซึ้ง เริ่มตั้งแต่การมาสักการะในวันปีใหม่ การปัดเป่ารังควาญ วันเซ็ตสึบุน พิธีสมรสและอื่น ๆ เป็นต้น ในเขตศาลเจ้าที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีกระรอกป่ามาเยี่ยมทักทาย
- หลังจากนั้นนำท่านสู่ ถนนช้อปปิ้งทานุกิโคจิ ย่านช้อปปิ้งชื่อดังซัปโปโร เป็นย่านช้อปปิ้งในร่มที่เก่าแก่ที่สุดของฮอกไกโดเดินช้อปได้ทุกฤดู รวมของกิน เครื่องสำอาง แฟชั่น และของฝากครบในที่เดียว
- อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย
- ที่พัก REMBRANDT STYLE SAPPORO HOTEL / SAPPORO TOKYU REI HOTEL / KOKO HOTEL SUSUKINO 2nd หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
วันที่ 5 : ร้านDuty Free - จุดถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสี Sapporo Factory - สวนสาธารณะฮิราโอกะ - MITSUI OUTLET PARK SAPPORO - เนินเขาแห่งพระพุทธเจ้า – โมอายแห่งฮอกไกโด - พิเศษบุฟเฟ่ต์ชาบู (ขาปู)
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 8)
- ร้านดิวตี้ฟรี (Duty Free) จำหน่ายของฝากของที่ระลึกปลอดภาษี ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองซัปโปโร ภายในมีสินค้าลดราคามากมาย ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าภายในร้าน เช่นขนม เครื่องสำอาง ของที่ระลึก และสินค้าอื่นๆอีกมากมาย
- จุดถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสีที่เด่นที่สุดในฮอกไกโด Sapporo Factory(ด้านนอก) คือ อาคารอิฐแดงโซน Renga-kan (Renga-kan Brick Hall) ซึ่งจะมี ต้นไอวี่ (Ivy) หรือเถาไม้เลื้อย เปลี่ยนสีจากเขียวเป็นสีแดงสดและส้มอมแดงจนเต็มพื้นที่ผนังอิฐโบราณ ตัดกับตัวอาคารคลาสสิกอย่างสวยงาม ถือเป็นจุดชมใบไม้แดงช่วงท้ายฤดูในเมืองซัปโปโรที่ยังคงความสวยงามและโรแมนติกมาก (การเปลี่ยนสีของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
- เดินทางสู่ สวนลับฮิราโอกะ (Hiraoka Tree Art Center) สวนสาธารณะในเมืองซัปโปโร มีต้นโมมิจิ (เมเปิ้ล) หลากสายพันธุ์กว่า 700 ต้น ไฮไลท์สำคัญคือ อุโมงค์เมเปิ้ลแดง ที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม และมุมสวนญี่ปุ่น ช่วงกลางต.ค.-ต้นพ.ย.(ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) จะเต็มไปด้วยสีเขียวเหลืองแดงของใบไม้เปลี่ยนสี (การเปลี่ยนสีของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
- นำท่านช้อปปิ้ง MITSUI OUTLET PARK SAPPORO เป็นห้างสรรพสินค้ารูปแบบ Outlet mall ขนาดใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด ตั้งอยู่ที่เมือง Kita-Hiroshima ชานเมืองทิศตะวันออกซัปโปโร ใกล้เส้นทางที่ไปยัง สนามบินชิโตเซะ เปิดให้บริการเมื่อเดือนเมษายน ปี 2012 ภายในห้างมีร้านค้าแบรนด์ต่าง ๆ กว่า 128 ร้าน รวมถึงร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์อาหารขนาดใหญ่จุ 650 ที่นั่ง และร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและสินค้าจากฟาร์มท้องถิ่นประจำจังหวัดฮอกไกโด
- อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย ณ MITSUI OUTLET PARK SAPPORO
- นำท่านเดินทางสู่ เนินแห่งพระพุทธเจ้า หรือ Hill of the Buddha ที่ถูกออกแบบโดย Mr.Tadao ando สถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น พระพุทธรูปมีความสูงถึง 13.5 เมตร และมีน้ำหนักมากถึง 1500 ตัน ล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สวยงามแตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดู ฤดูหนาวก็จะรู้สึกได้ถึงความงดงามของหิมะที่ขาวโพลน นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆเรียกได้ว่าเป็น Unseen Hokkaido เลยทีเดียว จากนั้นนำท่านชม โมอายแห่งเมืองฮอกไกโด หรือที่เรียกว่า (makomanai takino reien) สร้างขึ้นในปี 1982 มีเนื้อที่ทั้งหมด 1,8000,473 ตารางเมตร ด้านในมีรูปปั้นหินโมอายขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านเรียงราย
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 9) บุฟเฟ่ต์ชาบู พร้อมเครื่องดื่มหลากหลายชนิด พิเศษ!!! ขาปู 3 ชนิด ( ปูทาราบะ+ซูไว+ปูขน) รวมไปถึงชูชิ
- ที่พัก REMBRANDT STYLE SAPPORO HOTEL / SAPPORO TOKYU REI HOTEL / KOKO HOTEL SUSUKINO 2nd หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
วันที่ 6 : ซัปโปโร (สนามบินชิโตเสะ) - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (TG671 : 10.30-15.30)
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หรือ SET BOX (มื้อที่ 10)
- รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หรือ SET BOX (มื้อที่ 10)
นำท่านเช็คเอาท์และตรวจสอบสัมภาระก่อนเดินทางไปยัง สนามบินชิโตเสะ
ถึง สนามบินชิโตเสะ ทำการเช็คอินและโหลดกระเป๋าสัมภาระ - 10.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG671
(สายการบินมีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) - 15.30 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ